2006/Apr/17

ประวัติศาสตร์ของอิสราเอลตามที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เป็นเรื่องยาว บางครั้งก็ซับซ้อนมาก

เราจะศึกษาเรื่องราวที่พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ให้พวกอิสราเอลรู้จักเฉพาะเวลาที่ปรากฏในพันธสัญญาเดิม

แผนภูมิแสดงประวัติศาสตร์อิสาราเอลในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ แผ่นที่ 2

ก่อนคริสตศักราช

ประวัติศาสตร์โลก

10,000

มนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำ

9,000

มนุษย์อยู่ใน เมืองครั้งแรก (เท่าที่รู้)

8,000

7,000

6,000

5,000

อารยธรรมใน เมโสโปเตเมีย

4,000

อารยธรรมในอียิปต์

มนุษย์รู้จักการเขียนครั้งแรก

3,000

ราชอาณาจักรอียิปต์เก่า

2,000

อับราฮัม

1,000

ดาวิด

0

พระเยซูคริสต์

2004

ยุคปัจจุบัน


จัดประวัติศาสตร์อิสราเอลไว้ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เริ่มตั้งแต่มนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำ

เมื่อประมาณ ก.ค.ศ. 10,000 และจบลงในสมัยของเราซึ่งใกล้ ค.ศ. 2000

รวมประวัติศาสตร์ทั้งหมด 12,000 ปี

แต่ประวัติศาสตร์อิสราเอลมีเพียงหนึ่งในหกของระยะเวลาดังกล่าว

คือตั้งแต่ ก.ค.ศ. 2000 จนถึงเวลาหลังจากที่พระเยซูคริสต์ประสูติเล็กน้อย

แผนภูมิแสดงประวัติศาสตร์อิสาราเอลในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ แผ่นที่ 1


ก.ค.ศ.

ประวัติศาสตร์โลก

ประวัติศาสตร์อิสราเอล

บุคคลสำคัญของอิสราเอล

บทที่

2000

1900

1800

1700

1600

1500

1400

1300

1200

1100

1000

900

800

700

600

500

400

300

200

ก.ค.ศ.
100

0

ค.ศ.

100


ชนเผ่าเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์
ตั้งถิ่นฐานในเมโสโปเตเมีย

อียิปต์เข้มแข็ง
และปกครองปาเลสไตน์

อียิปต์อ่อนแอ
หลายเผ่าเข้าไปอยู่ในปาเลสไตน์

อิสราเอลควบคุมปาเลสไตน์
์และฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
จอร์แดน

ยุคที่ชาติเล็กเข้มแข็ง
อียิปต์ กับอัสซีเรียรุกราน ปาเลสไตน์ประปราย

จักรวรรดิ อัสซีเรียเรืองอำนาจ

ยุคที่ชาติใหญ่เข้มแข็ง

จักรวรรดิ เปอร์เซีเรืองอำนาจ
และช่วยสร้างกรุงเยรูซาเล็ม
และพระวิหาร

จักรวรรดิกรีกเรืองอำนาจ
และการต่อต้านวัฒนธรรมกรีก

จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ


บรรพชนต้นตระกูลอิสราเอ
เดินทางจากเมโสโปเตเมียไปอียิปต์

อิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์
ไปทำพันธสัญญาที่ภูเขาซีนาย

อิสราเอลเข้าไปตั้งถิ่นฐาน
และทำสงครามปราบปรามศัตรู

ฟีลิสเตีย พ่ายแพ้อิสราเอล
สหราชอาณาจักรอิสราเอล
มีเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง

อิสราเอลแตกแยกเป็นสองราชอาณาจักร
คือราชอาณาจักรอิสราเอล และยูดาห์

ราชอาณาจักรอิสราเอลถูกโจมตี
กรุงสะมาเรียถูกทำลาย ประชาชนถูกกวาดต้อนเป็นเชลย
ราชอาณาจักรยูดาห์แพ้อัสซีเรีย
ต่อมาก็กบฎ ราชอาณาจักรยูดาห์ถูกโจมตี กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย

ชาวยู ดาห์ได้รับอิสรภาพ
บางคนเดินทางกลับเยรูซาเล็ม
เนห์มีย์ เอสรา
กรีกปกครองยู ดาห์
กบฏแมคคาบี

ราชวงศ์เฮโรดร่วมกับ
ผู้ว่าราชการชาวโรมันปกครองปาเลสไตน์
พวกยิวกบฏ กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย


อับรา ฮัม, อิสอัค,
ยา โคบ, โยเซฟ

โมเสส

โยชูวา
ผู้วินิจฉัย

ซา อูล, ดาวิด,
ซา โลมอน


ดูแผนภูมิ 3

อา โมส,
โฮเช ยา,
อิส ยาห์,
เยเร มีย์,
เอเส เคียล

ฮักกัย,
เศ คาริ ยาห์

ยู ดาส,
แมค คาเบียส


พระเยซูคริสต์


1

-----

2

------


3

------
4
------
5
------
6
------

7

------

8

------

9

------

10


แบ่งประวัติศาสตร์ในพันธสัญญาเดิมเป็นตอนสำคัญ ๆ 10 ตอน

ต่อไปนี้เป็นสังเขปความทั้งสิบบท

ซึ่งจะช่วยให้เรามองเห็นภาพทั้งหมดของประวัติศาสตร์อิสราเอลได้อย่างคร่าว ๆ

บทที่ 1 บรรพชนต้นตระกูลอิสราเอล (ประมาณ ก.ค.ศ. 200-1550)

ประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์กำลังแสวงหาที่สำหรับตั้งถิ่น

ฐานเพื่อทำมาหากิน ในบรรดาคนเหล่านั้นมีอับราฮัมและเชื้อสายของท่านคือ อิสอัค

เอซาว ยาโคบ และบุตรชายสิบสองคนของยาโคบซึ่งมีโยเซฟรวมอยู่ด้วย พวกเขา

อพยพออกจากเมโสโปเตเมียไปยังปาเลสไตน์และอียิปต์ หลังจาก ก.ค.ศ. 1550 อียิปต์

สามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาจากชนชาติเร่ร่อนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน พวกอิสราเอล

จึงกลายเป็นทาสในประเทศอียิปต์

บทที่ 2 การอพยพ (ประมาณ ก.ค.ศ. 1550-1250)

ประวัติศาสตร์ช่วงนี้อียิปต์มีอำนาจมาก สามารถควบคุมดินแดนปาเลสไตน์ได้ ส่วนใหญ่

เชื้อสายของอับราฮัมตกเป็นทาสในอียิปต์ ต่อมาโมเสสได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า

ให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ไปภูเขาซีนาย ที่นั้นพวกเขาได้ทำพันธสัญญากับพระเจ้า

และได้รับพระบัญญัติสิบประการซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการรับใช้พระเจ้าและปฏิบัติต่อ

กันและกัน

บทที่ 3 อิสราเอล 12 เผ่า (ประมาณ ก.ค.ศ.1250-1000)

ช่วงนี้ประเทศอียิปต์อ่อนกำลังลงจนแทบไม่มีอำนาจควบคุมปาเลสไตน์ คนเผ่าเร่ร่อน

หลายเผ่ารวมทั้งอิสราเอลกำลังต่อสู้กันเพื่อช่วงชิงอำนาจปกครองแผ่นดินปาเลสไตน์

โยชูวานำอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินปาเลสไตน์ มีผู้วินิจฉัยจำนวนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกให้

เป็นผู้นำทำหน้าที่ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อเกิดความขัดแย้งกับคนต่างชาติ ซึ่งมีพวก

ฟีลิสเตียเป็นคู่อริที่อันตรายที่สุด

บทที่ 4 กษัตริย์องค์แรกๆ ของอิสราเอล (ประมาณ ก.ค.ศ. 1000-922)

ช่วงนี้พวกฟีลิสเตียเป็นเผ่าที่คุกคามอิสราเอลอย่างหนัก ไม่มีผู้วินิจฉัยคนใดสามารถ

ยับยั้งพวกฟีลิสเตียที่กำลังเข้าคุกคามดินแดนของพวกอิสราเอลได้ ซามูเอลจึงเลือก

ซาอูลและดาวิดให้เป็นกษัตริย์ของพวกอิสราเอลโดยให้กษัตริย์เป็นผู้สร้างกองทัพเพื่อ

พิชิตดินแดนปาเลสไตน์ กษัตริย์ซาอูลล้มเหลว แต่กษัตริย์ดาวิดประสบความสำเร็จ

อย่างใหญ่หลวง สามารถเอาชนะพวกฟีลิสเตียและราชอาณาจักรต่าง ๆ ที่อยู่รอบๆ

ปาเลสไตน์ ยุคนี้เป็นยุคที่อิสราเอลมีอำนาจสูงสุด กษัตริย์ซาโลมอนโอรสของดาวิดได้

สร้างพระวิหารและอาคารต่าง ๆ มากมายที่กรุงเยรูซาเล็ม

แต่ก็เก็บภาษีประชาชนอย่างหนัก

บทที่ 5 สองราชอาณาจักร (ประมาณ ก.ค.ศ. 922-802)

หลังจากที่ซาโลมอนสิ้นพระชนม์แล้วก็เกิดสงครามกลางเมืองในอิสราเอล ทำให้ราช

อาณาจักรถูกแบ่งเป็นสองส่วน ราชอาณาจักรยูดาห์อยู่ด้านใต้ปกครองโดยกษัตริย์

ราชวงศ์ดาวิด ราชอาณาจักรอิสราเอลอยู่ด้านเหนือปกครองโดยกษัตริย์ที่พวกผู้เผย

พระวจนะเป็นผู้เลือกสรร

บทที่ 6 สมัยจักรวรรดิอัสซีเรียเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 802-610)

ช่วงต้นของบทนี้ไม่มีชาติใดที่มีอำนาจมากพอที่จะเข้าควบคุมอิสราเอล ทั้งสองราช

อาณาจักรจึงมีสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง แต่ผู้เผยพระวจนะอาโมสและโฮเชยาประณาม

ความอยุติธรรมในสังคม ท่านทั้งสองเตือนภัยที่กำลังจะมาถึง กษัตริย์องค์ใหม่ของอัส

ซีเรียขึ้นครองอำนาจ และสามารถพิชิตราชอาณาจักรอิสราเอลได้เมื่อ ก.ค.ศ. 721

ประชาชนถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ส่วนราชอาณาจักรยูดาห์ยอมจำนน แต่ก็ก่อการ

กบฏบ่อยครั้งแต่ก็ถูกอัสซีเรียควบคุมไว้ได้ โดยที่อียิปต์ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เผย

พระวจนะอิสยาห์ขอร้องให้ประชาชนวางใจในพระเจ้า

บทที่ 7 สมัยจักรวรรดิบาบิโลนเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 610-539)

หลังจากนั้นอัสซีเรียก็อ่อนอำนาจลง ถูกสามประเทศรุกราน คืออียิปต์ มีเดีย และบาบิ

โลน เมื่ออัสซีเรียพ่ายแพ้จักรวรรดิก็ถูกแบ่งปันกัน อียิปต์พยายามกลับมาควบคุม

ปาเลสไตน์อีกแต่ก็พ่ายแพ้บาบิโลนที่คาร์เคมิช (ก.ค.ศ. 605) ยูดาห์พยายามเรียกร้อง

เอกราชของตน แต่ก็พ่ายแพ้บาบิโลน (ก.ค.ศ. 597) หลังจากยูดาห์เป็นกบฏบาบิโลนก็

บุกโจมตีอีก (ก.ค.ศ. 587) และทำลายกรุงเยรูซาเล็มพร้อมทั้งพระวิหารพังพินาศ พวกผู้

นำของยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลน

บทที่ 8 สมัยจักรวรรดิเปอร์เซียเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 539-331 )

ไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซียพิชิตบาบิโลนได้เมื่อ ก.ค.ศ. 539 พระองค์ทรงอนุญาตให้พวก

ยิวกลับไปยูดาห์เพื่อสร้างพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ เกิดความยุ่งยาก

หลายอย่าง กว่าจะสร้างสำเร็จได้ก็ล่วงเลยไปถึงปี ก.ค.ศ. 516 ในปี ก.ค.ศ. 445 เนหะมีย์

ได้รับอนุญาตให้กลับไปยูดาห์เพื่อซ่อมแซมกำแพงเมืองและสถาปนามณฑลยูดาห์

ประมาณ ก.ค.ศ. 397 เอสราเดินทางจากบาบิโลนพร้อมกับหนังสือห้าเล่มแรกของพัน

สัญญาเดิม ซึ่งเป็นหนังสือที่ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของอิสราเอล

บทที่ 9 สมัยจักรวรรดิกรีกเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 331-65)

อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งประเทศกรีกพิชิตเปอร์เซียได้ หลังจากที่พระองค์สิ้นพระ

ชนม์กรีกก็ยังปกครองต่อไป ปี ก.ค.ศ. 323-198 ทอเลมีราชวงค์กรีกซึ่งอยู่ที่อียิปต์มี

อำนาจปกครองพวกยิว ในปี ก.ค.ศ. 198 เซลูคัสเข้าควบคุมปาเลสไตน์ กษัตริย์อันทิโอก

ที่ 4 พยายามทำลายศาสนายิว บังคับให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมกรีก ยิวกลุ่มหนึ่งเรียกว่า

พวกแมคคาบีได้นำประชาชนต่อต้าน ในที่สุดก็สามารถเลือกกษัตริย์ของพวกตนขึ้นปก

ครองยูดาห์

บทที่ 10 สมัยจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 65 - ค.ศ. 70)

ความขัดแย้งเกิดขึ้นท่ามกลางพวกแมคคาบี พวกเขาจึงเชิญพวกโรมันมาตัดสินว่าจะ

เลือกใครเป็นกษัตริย์ พวกโรมันแต่งตั้งอันทิปาสให้เป็นผู้ปกครองยูดาห์ และเฮโรดมหา

ราชเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ปกครองปาเลสไตน์ พระเยซูคริสต์ประสูติในรัชกาลนี้

คริสเตียนเกิดขึ้นจากชีวิตและพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ชาวยิวต่อต้านคริสต์ศาสนา

และขอร้องชาวโรมันให้ทำลายเสีย ภายหลังยิวก่อการกบฏ จึงถูกลงโทษด้วยการ

ทำลายกรุงเยรูซาเล็ม รัฐยิวจึงถึงกาลอวสาน (ค.ศ. 70)


พรุ่งนี้ต่อกันที่เรื่อง บรรพชนต้นตระกูลอิสราเอล (ก.ค.ศ. 2000 -1500)

Comment

Comment:

Tweet


confused smile
#9 by (118.172.33.82) At 2009-06-12 10:15,
ร5885333ลนจสสสสสสwink wink wink question big smile
#8 by (118.172.33.82) At 2009-06-12 09:57,
2568558sad smile tongue
#7 by (118.172.33.82) At 2009-06-12 09:57,
hard
#6 by o (125.24.12.110) At 2007-06-20 06:38,
Good work
#5 by ATS (203.146.8.205) At 2006-11-07 10:33,
นายแน่มาก ยกให้ตนนี้ ใช้เลย ทำต่อนะ
#4 by (211.72.233.10 /61.216.25.105) At 2006-10-02 12:51,
เยี่ยมเลย ชอบอ่านแบบนี้อยู่แล้วด้วยอิอิ
#3 by dinomaru At 2006-04-19 01:53,
โห ละเอียดมากๆครับ ชอบมากๆ
ทำเป็นตารางแบบนี้แล้วเข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลย
#2 by [] R e n z E [] At 2006-04-17 20:16,
ทึ่งในการหาข้อมูลมากเลยนะเนี่ย
มาบลอคนี้ทีไร ความรู้เพียบเลย
#1 by NooN At 2006-04-17 11:22,

PawitrIsrael
View full profile