2006/Apr/10

วันนี้ไปส่งน้องเรียนเปียโนที่สยามกลการในเทสโกมา

น้องกับพี่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

1.น้องเรียนเปียโนพี่เรียนระนาด

2.น้องเก่งวิทย์พี่เก่งภาษา

3.น้องเรียนชายล้วนพี่เรียนหญิงล้วน

4.น้องเรียน.5 พี่เรียน.5

5.น้องชอบสีชมพูสดใส(ไอ่ตุ๊ด)พี่ชอบสีโทนมืด

6.
น้องนิยมตะวันตกพี่นิยมตะวันออกกลาง

7.น้องชอบWolfgang Amadeus Mozartพี่ชอบEdvard Munch

8.น้องชอบงานเขียนลายเส้นพี่ชอบงานสีน้ำมัน

9.น้องชอบStarcraft, Warcraft, RedAlertพี่ชอบ..หมากรุก, หมากฮอต, หมากล้อม

10.น้องชอบบอดี้แสลมพี่ชอบ..สุนทราภรณ์

ซะยาวเลย.. นั่นแหละ-- บล๊อกทำให้น้องมันขึ้เกียจอัพอ่ะ

อยู่บ้านทุกวันยุ่งกับคอมพิวเตอร์นี่แหละแต่วันนี้พ่อจ้างชั่วโมงละร้อย ไปส่งน้องเรียนเปียโน

พอไปถึง เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงถามน้องว่าจะไปรอครูเลยป่าว มันก็ตอบว่า ไม่

ก็เลยบอกว่าจะไปดูการ์ตูน เดินไปหลายลี้เลยนะร้อนด้วย จะไปเหรอ

มันก็ตอบว่า ไป (ฮ่าๆๆๆทรมานน้องเล่น)

ก็เดินไปร้านการ์ตูน ซึ่งเลี้ยงพุดเดิ้ลเยอะมากตอนที่มาครั้งแรกนึกว่าผ้าขี้ริ้ว ฮ่าๆๆ

ร้านนี้ชื่อร้านอะไรไม่รู้แต่เป็นร้านเช่าการ์ตูนและขายการ์ตูน

เจ้าของร้านมีหลายคนเหลือเกิน เราไปบ่อยส่วนใหญ่จะแวะไปเหมาการ์ตูนหลังเลิกเรียน

เน้นว่าเหมา ฮ่าๆๆโดยคำแนะนำของเพื่อน

ตอนนั้นเพื่อนมันบอกเรื่องLifeสนุกเลยซื้อมา7เล่มรวด

พออ่านเล่มแรก เวง การ์ตูนผู้หญิงนี่หว่าเลยให้คนอื่นไปหมดเลย ฮ่าๆๆๆ

วันนี้ซื้อ xxxHolic มา แต่ไม่ใช่การ์ตูนxนะเห็นหน้านางเอกมันจิตดีเลยซื้อ

ร้านการ์ตูนกำลังยุ่งๆอยู่เลยโยนหนังสือกันโชะเช๊ะ สงสัยรับการ์ตูนมาใหม่

เนกิมะ แล้วก็ Deathnote ก็ออกตอนใหม่แล้วด้วยแต่ไม่ได้ซื้อ รอออกเยอะๆ แล้วซื้อทีเดียวรวด

ข้างๆร้านการ์ตูนก็คือร้านเกมส์เราชอบแวะมาดูเพื่อนมันเล่นบ่อยๆ เคยทำคอมเค้าเจ๊งด้วย ฮ่าๆๆ

เจ้าของร้านคือคนหัวทองๆ ตามแบบx-japan ล่าสุดลืมดิสก์ไว้ ดิสก์ที่เต็มไปด้วยรูปผี Ju-on

แล้วก็มีไฟล์งานคอมในนั้นด้วยแต่ยังไม่ได้เอาคืนเลย ถือว่าให้ของขวัญเจ้าของร้านแล้วกัน

ส่วนรูปก็เซฟใหม่ได้ ..อิส อะ ลิทเติ้ลโพรเบร่ม

เสร็จแล้วก็พาน้องไปส่ง ให้มันเข้าไปเรียนเองก็ไม่กล้าอีก (เวนกำ) เลยเตะส่งมันไป ฮ่าๆๆ

แล้วก็ไปร้านหนังสือ อยู่ใน1ชม. มุมโปรดก็คือมุมสยองขวัญ ซึ่งเราก็น่าสยองขวัญ

..ได้เรื่องเลย ก็เจอคนสยองขวัญไม่แพ้กัน

ก็หยิบหนังสือเล่มนึง แล้วก็ยืนอ่านขณะที่ยืนอ่าน มีคนใต้คนนึง มายืนข้างๆ

ตอนแรกมันก็ยืนดีๆหรอก พอสัก10นาที ก็มีเสียง "..ศุนย์..เก้า..แปด..หก..สี่..ห้า..."

เราก็นึกว่ามันใบ้หวย ฮ่าๆตกลงมันคือเสียงริงโทนคนข้างๆ

แล้วมันก็รับโทสับ

"ฮัลโหล" โอว์ พระเจ้า กลิ่นบุหรี่.. เราไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ แล้วก็กลิ่นแอลกอฮอล์มาก

ก็เลยกระเถิบถอยหนี 1 ก้าว

"อยู่ไหนวะ .. โรงบาลไร เออแล้วเอ็งจะไปเลือกตั้งป่ะ

ลูกนายกก็เงี้ยเดี๋ยวพ่อมึงได้โกรธเอาหรอก...บลาบลา

กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะนอกใจสาวออฟฟิศ...บลาบลา

มึงก็ออกไปทิ้งขยะหน้าบ้านประชดพ่อสิวะ..บลาบลา

เออจะเลือกผู้หญิงนะต้องดูที่สวยแล้วก็ไม่มีสมองด้วย..บลาบลา"

เราก็หันแบบสโลโมชั่นไปมองหน้ามันชัดๆ

ขนตายาวผิดมนุษย์มนา พอมองหน้ามันแล้วก็เดินหนีเพราะหน้ามันโคดหลอนฮ่าๆๆ

ก็ไปรับน้อง ร้านSteak Hunterสุดโปรดของพี่น้องคู่นี้ก็ปิดซะงั้น

เลยไปที่Food Centerไปกินข้าวมันไก่ทอด

น้องกิน แฟนต้า พี่กินกาแฟ

ซึ่งก็..ไม่น่าเลย รู้ว่าตัวเองแพ้กาเฟอีนก็สั่งซะงั้น ไม่ใช่โรคย้ำคิดย้ำทำนะ

แต่อยากรู้ว่า จะแพ้กาแฟไปทุกที่รึเปล่า

อย่างที่โรงเรียน..

กาแฟขายให้แต่อาจารย์แต่ไปสั่งมากิน

พอกินเสร็จเรียนวิชาภาษากับความคิดต่อมันก็ออกอาการแล้ว

แบบหายใจไม่สะดวก เวียนหัวมากกล่องเสียงเหมือนมีปัญหา หูอื้อ ตัวชา แล้วก็วูบๆด้วย

ก็นึกว่าจะแย่แล้วแต่เป็นพวกเกลียดห้องพยาบาลก็ทนไปจนเลิกเรียน

พอเสร็จก็เลยไปฟุบที่ห้องสมุด(ยังไม่ตาย)

ก็เนี่ยแหละ..ไปสั่งกาแฟมากินอีกมันก็เลย..เกิดอาการ

แต่เราเกลียดน้ำอัดลมมากกว่ากาแฟอีกอ่ะแล้วร้านนั้นมันมีขายแต่อย่างนี้นี่หว่า

สรุปคือ ทั้งชีวิตกินได้แค่น้ำเปล่าและน้ำชาโอเค ตกลง

แล้วก็ลงมาก็เจอท่านพ่อ แล้วก็ไปร้านTsutaya ไปยืมดีวีดีต่อ

น้องข้าพเจ้าก็โดราเอมอนเหมือนเดิม (ซาหนุกตรงไหนว้า)

แต่สังเกตพ่อจะชอบเหลือเกินพนักงานสาวคนนึงที่Tsutayaเนี่ย

กว่าจะออกมาก็ชั่วโมงกว่า เพราะท่านพ่อยืนคุยเรื่องถิ่นกำเนิดของท่านพ่อและพนักงาน

แต่เราว่าเค้าสวยดีอ่ะ ปกติเรามองคนว่าสวยยากแต่ว่าเค้าสวยแบบเป็นศิลป์

วันนี้พูดถึงอาหาร.. ก็มาพูดถึงอาหารของยิวกัน

วันนี้ข้าพเจ้าจะพูดถึง โคเชอร์ นะทุกท่าน

โคเชอร์ (Kosher)




หมายถึง อาหารของคนยิวผู้เคร่งศาสนา ซึ่งศาสนาในที่นี้คือ ศาสนายูดาย ชาวยิวที่เคร่งศาสนาถือกฎบัญญัติหลายประการเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมถึงการแต่งตัวและการรับประทานอาหาร อันเป็นที่มาของมาตรฐานโคเชอร์



คำสอนในศาสนายูดายมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหารไว้เพื่อใช้พิจารณาว่าอาหารนั้นเป็นไปตามหลักศาสนาและยอมรับได้หรือไม่ ที่เรียกว่า kashruth โดยอาหารที่เหมาะสม เป็นไปตามข้อกำหนด และได้รับอนุญาตให้รับประทานได้เรียกว่า โคเชอร์



สิ่งที่เป็นเครื่องวัดว่าอาหารนั้นเป็นหรือไม่เป็นโคเชอร์ได้แก่ แหล่งวัตถุดิบ และเครื่องครัว ซึ่งในปัจจุบันหมายถึงภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตอาหารด้วย



แหล่งวัตถุดิบ



แนวทางในการพิจารณาแหล่งวัตถุดิบอาหารว่า เหมาะสมที่จะเป็นโคเชอร์หรือไม่ มีระบุไว้ในคำภีร์โตราห์ หรือคัมภีร์ที่บันทึกคำสอนของศาสนายูดาย ซึ่งแรบไบรุ่นหลังได้ตีความและขยายความในรายละเอียด จัดหมวดหมู่ และอธิบายกฎเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันขึ้น โดยอาหารหมวดสำคัญ ๆ ได้แก่ เนื้อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และปลา รายละเอียดดังนี้



1. เนื้อจากสัตว์เลี