บทที่ 1 บรรพชนต้นตระกูลอิสราเอล (ประมาณ ก.ค.ศ. 200-1550)
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์กำลังแสวงหาที่สำหรับตั้งถิ่น
ฐานเพื่อทำมาหากิน ในบรรดาคนเหล่านั้นมีอับราฮัมและเชื้อสายของท่านคือ อิสอัค
เอซาว ยาโคบ และบุตรชายสิบสองคนของยาโคบซึ่งมีโยเซฟรวมอยู่ด้วย พวกเขา
อพยพออกจากเมโสโปเตเมียไปยังปาเลสไตน์และอียิปต์ หลังจาก ก.ค.ศ. 1550 อียิปต์
สามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาจากชนชาติเร่ร่อนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน พวกอิสราเอล
จึงกลายเป็นทาสในประเทศอียิปต์
บทที่ 2 การอพยพ (ประมาณ ก.ค.ศ. 1550-1250)
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้อียิปต์มีอำนาจมาก สามารถควบคุมดินแดนปาเลสไตน์ได้ ส่วนใหญ่
เชื้อสายของอับราฮัมตกเป็นทาสในอียิปต์ ต่อมาโมเสสได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า
ให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ไปภูเขาซีนาย ที่นั้นพวกเขาได้ทำพันธสัญญากับพระเจ้า
และได้รับพระบัญญัติสิบประการซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการรับใช้พระเจ้าและปฏิบัติต่อ
กันและกัน
บทที่ 3 อิสราเอล 12 เผ่า (ประมาณ ก.ค.ศ.1250-1000)
ช่วงนี้ประเทศอียิปต์อ่อนกำลังลงจนแทบไม่มีอำนาจควบคุมปาเลสไตน์ คนเผ่าเร่ร่อน
หลายเผ่ารวมทั้งอิสราเอลกำลังต่อสู้กันเพื่อช่วงชิงอำนาจปกครองแผ่นดินปาเลสไตน์
โยชูวานำอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินปาเลสไตน์ มีผู้วินิจฉัยจำนวนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกให้
เป็นผู้นำทำหน้าที่ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อเกิดความขัดแย้งกับคนต่างชาติ ซึ่งมีพวก
ฟีลิสเตียเป็นคู่อริที่อันตรายที่สุด
บทที่ 4 กษัตริย์องค์แรกๆ ของอิสราเอล (ประมาณ ก.ค.ศ. 1000-922)
ช่วงนี้พวกฟีลิสเตียเป็นเผ่าที่คุกคามอิสราเอลอย่างหนัก ไม่มีผู้วินิจฉัยคนใดสามารถ
ยับยั้งพวกฟีลิสเตียที่กำลังเข้าคุกคามดินแดนของพวกอิสราเอลได้ ซามูเอลจึงเลือก
ซาอูลและดาวิดให้เป็นกษัตริย์ของพวกอิสราเอลโดยให้กษัตริย์เป็นผู้สร้างกองทัพเพื่อ
พิชิตดินแดนปาเลสไตน์ กษัตริย์ซาอูลล้มเหลว แต่กษัตริย์ดาวิดประสบความสำเร็จ
อย่างใหญ่หลวง สามารถเอาชนะพวกฟีลิสเตียและราชอาณาจักรต่าง ๆ ที่อยู่รอบๆ
ปาเลสไตน์ ยุคนี้เป็นยุคที่อิสราเอลมีอำนาจสูงสุด กษัตริย์ซาโลมอนโอรสของดาวิดได้
สร้างพระวิหารและอาคารต่าง ๆ มากมายที่กรุงเยรูซาเล็ม
แต่ก็เก็บภาษีประชาชนอย่างหนัก
บทที่ 5 สองราชอาณาจักร (ประมาณ ก.ค.ศ. 922-802)
หลังจากที่ซาโลมอนสิ้นพระชนม์แล้วก็เกิดสงครามกลางเมืองในอิสราเอล ทำให้ราช
อาณาจักรถูกแบ่งเป็นสองส่วน ราชอาณาจักรยูดาห์อยู่ด้านใต้ปกครองโดยกษัตริย์
ราชวงศ์ดาวิด ราชอาณาจักรอิสราเอลอยู่ด้านเหนือปกครองโดยกษัตริย์ที่พวกผู้เผย
พระวจนะเป็นผู้เลือกสรร
บทที่ 6 สมัยจักรวรรดิอัสซีเรียเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 802-610)
ช่วงต้นของบทนี้ไม่มีชาติใดที่มีอำนาจมากพอที่จะเข้าควบคุมอิสราเอล ทั้งสองราช
อาณาจักรจึงมีสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง แต่ผู้เผยพระวจนะอาโมสและโฮเชยาประณาม
ความอยุติธรรมในสังคม ท่านทั้งสองเตือนภัยที่กำลังจะมาถึง กษัตริย์องค์ใหม่ของอัส
ซีเรียขึ้นครองอำนาจ และสามารถพิชิตราชอาณาจักรอิสราเอลได้เมื่อ ก.ค.ศ. 721
ประชาชนถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ส่วนราชอาณาจักรยูดาห์ยอมจำนน แต่ก็ก่อการ
กบฏบ่อยครั้งแต่ก็ถูกอัสซีเรียควบคุมไว้ได้ โดยที่อียิปต์ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เผย
พระวจนะอิสยาห์ขอร้องให้ประชาชนวางใจในพระเจ้า
บทที่ 7 สมัยจักรวรรดิบาบิโลนเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 610-539)
หลังจากนั้นอัสซีเรียก็อ่อนอำนาจลง ถูกสามประเทศรุกราน คืออียิปต์ มีเดีย และบาบิ
โลน เมื่ออัสซีเรียพ่ายแพ้จักรวรรดิก็ถูกแบ่งปันกัน อียิปต์พยายามกลับมาควบคุม
ปาเลสไตน์อีกแต่ก็พ่ายแพ้บาบิโลนที่คาร์เคมิช (ก.ค.ศ. 605) ยูดาห์พยายามเรียกร้อง
เอกราชของตน แต่ก็พ่ายแพ้บาบิโลน (ก.ค.ศ. 597) หลังจากยูดาห์เป็นกบฏบาบิโลนก็
บุกโจมตีอีก (ก.ค.ศ. 587) และทำลายกรุงเยรูซาเล็มพร้อมทั้งพระวิหารพังพินาศ พวกผู้
นำของยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลน
บทที่ 8 สมัยจักรวรรดิเปอร์เซียเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 539-331 )
ไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซียพิชิตบาบิโลนได้เมื่อ ก.ค.ศ. 539 พระองค์ทรงอนุญาตให้พวก
ยิวกลับไปยูดาห์เพื่อสร้างพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ เกิดความยุ่งยาก
หลายอย่าง กว่าจะสร้างสำเร็จได้ก็ล่วงเลยไปถึงปี ก.ค.ศ. 516 ในปี ก.ค.ศ. 445 เนหะมีย์
ได้รับอนุญาตให้กลับไปยูดาห์เพื่อซ่อมแซมกำแพงเมืองและสถาปนามณฑลยูดาห์
ประมาณ ก.ค.ศ. 397 เอสราเดินทางจากบาบิโลนพร้อมกับหนังสือห้าเล่มแรกของพัน
สัญญาเดิม ซึ่งเป็นหนังสือที่ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของอิสราเอล
บทที่ 9 สมัยจักรวรรดิกรีกเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 331-65)
อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งประเทศกรีกพิชิตเปอร์เซียได้ หลังจากที่พระองค์สิ้นพระ
ชนม์กรีกก็ยังปกครองต่อไป ปี ก.ค.ศ. 323-198 ทอเลมีราชวงค์กรีกซึ่งอยู่ที่อียิปต์มี
อำนาจปกครองพวกยิว ในปี ก.ค.ศ. 198 เซลูคัสเข้าควบคุมปาเลสไตน์ กษัตริย์อันทิโอก
ที่ 4 พยายามทำลายศาสนายิว บังคับให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมกรีก ยิวกลุ่มหนึ่งเรียกว่า
พวกแมคคาบีได้นำประชาชนต่อต้าน ในที่สุดก็สามารถเลือกกษัตริย์ของพวกตนขึ้นปก
ครองยูดาห์
บทที่ 10 สมัยจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ (ประมาณ ก.ค.ศ. 65 - ค.ศ. 70)
ความขัดแย้งเกิดขึ้นท่ามกลางพวกแมคคาบี พวกเขาจึงเชิญพวกโรมันมาตัดสินว่าจะ
เลือกใครเป็นกษัตริย์ พวกโรมันแต่งตั้งอันทิปาสให้เป็นผู้ปกครองยูดาห์ และเฮโรดมหา
ราชเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ปกครองปาเลสไตน์ พระเยซูคริสต์ประสูติในรัชกาลนี้
คริสเตียนเกิดขึ้นจากชีวิตและพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ชาวยิวต่อต้านคริสต์ศาสนา
และขอร้องชาวโรมันให้ทำลายเสีย ภายหลังยิวก่อการกบฏ จึงถูกลงโทษด้วยการ
ทำลายกรุงเยรูซาเล็ม รัฐยิวจึงถึงกาลอวสาน (ค.ศ. 70)